แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แชมป์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แชมป์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2552

นักตบวอลเลย์บอลสาวไทยยืนแชมป์ซีเกมส์ 9 สมัยติดต่อกัน!

กว่าจะได้แชมป์นั้นยาก แต่การป้องกันแชมป์ยากยิ่งกว่า!!!

ประโยคนี้คงจะใช้กับทัพนักตบสาวไทยที่ยืนแท่นเป็น "แชมป์ซีเกมส์" มานานถึง 8 สมัย ไม่ได้!!!

จาก ซีเกมส์ครั้งที่ 18 ที่จัดขึ้น ณ จังหวัดเชียงใหม่ปี 2538 ที่ "นักตบสาวไทย" ผงาดคว้าแชมป์มาครองและวันนั้น จนถึงวันนี้ ยังไม่มีชาติใดโค่นสาวไทยลงได้เลย แม้ผู้เล่นจะเปลี่ยนจากรุ่นสู่รุ่น แต่ฟอร์มความเก่งยังคงอยู่กับนักตบสาวไทย มิเปลี่ยนแปลง!!!

โดย เฉพาะ "นักตบสาว" ชุดปัจจุบันที่โค่น "สาวมังกร" ผงาดแชมป์เอเชียในปี 2009 มาครองเป็นครั้งแรก ถือเป็นชุดที่เก่งและแกร่งที่สุดเท่าที่ไทยเคยมีมา!!!

จากแชมป์เอเชีย สู่ แชมป์ซีเกมส์สมัยที่ 9 จึงมิใช่เรื่องยาก !!!

เกม ในนัดชิงชนะเลิศ ระหว่างไทย กับเวียดนาม ได้เริ่มขึ้นท่ามกลางเสียงเชียร์ของทั้งสองชาติ แต่จะหนักไปทาง "สาวเหงียน" มากกว่าสาวไทย เพราะแม้แต่คนลาวเองก็ยังเทใจให้กับเวียดนามตะโกนเชียร์กันสนั่นหวั่น

เสียงเชียร์มิได้สร้างความกดดันให้กับแชมป์ 8 สมัยเพราะเคยผ่านเกมที่หนักและกดดันกว่านี้มาอย่างโชกโชน!!!

แต่...นักตบสาวไทยกลับกดดันตัวเอง เพราะหวังและตั้งใจที่จะเอาแชมป์สมัยที่ 9 มาให้คนไทยทุกคน!!!
เกม เซตแรกจึงพ่ายให้กับ "สาวเหงียน" ที่เล่นได้ดีเกินคาดโดยเฉพาะเกมรับที่เหนียวแน่นยิ่งกว่าตีนตุ๊กแกไม่ว่าไทย จะรุกรูปแบบไหนเวียดนามรับได้และโต้กลับมาเกือบทุกลูกเพราะเวียดนามเล่น "ทีมเวิร์ก" ดีมาก ใน

ตรงกับข้ามกับทีมไทย ที่เล่น "ทีมเวิร์ก" ไม่ได้เลย ทุกแต้มที่ได้มาล้วนมาจากความสามารถ "ความสามารถเฉพาะตัว" ที่พาทีมไปคว้าแชมป์สมัยที่ 9 ได้สำเร็จ

กีฬาประเภททีม หาก "ทีมเวิร์ก" ไม่ดีโอกาสที่จะเอาชนะนั้นทำได้ยาก แต่สำหรับทีมนักตบสาวไทย ทีมเวิร์กไม่ดี แต่ได้สามารถเเฉพาะตัวของนักกีฬาแต่ละคนช่วยเก็บแต้มสำคัญที่จะเป็นพลิกผัน ของเกม "ชัยชนะ" จึงตกมาอยู่ในมือของสาวไทย

แต่..มันเป็นชัยชนะที่ได้มาไม่ง่าย!!!

" นัดนี้เวียดนามเล่นดีมาก โดยเฉพาะทีมเวิร์กทำเล่นได้ดี ในขณะที่ไทยนั้นเล่นทีมเวิร์กไม่ได้เลย แต่นักกีฬาใช้ความสามารถดเฉพาะมาทำแต้มสำคัญๆ ได้เยอะ นั้นเป็นเพราะเรามีเวลารวมตัวกันน้อย พอจบชิงแชมป์เอเชียตัวหลัก 5 คน คือ อรอุมา สิทธิรักษ์, มลิกา กันทอง, นุศรา ต้อมคำ, วิลาวัณย์ อภิญญาพงษ์ และ ปลื้มจิตร์ ถินขาว ต้องกลับไปเล่นให้กับสโมสรต้นสังกัดของตัวเอง กลับมาอีกทีก็ใกล้แข่งซึ่งไม่มีเวลาในการซ้อมทีม"

"แต่นักกีฬาทุก คนเล่นอย่างตั้งใจเพราะอยากจะเอาชนะให้ได้ จึงพยายามเล่นกันอย่างเต็มที่ ต้องบอกว่าแชมป์ครั้งนี้เป็นชัยชนะที่ได้มาเหนื่อยมากในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาเราเล่นไม่เหนื่อยขนาดนี้ แต่ครั้งนี้นักกีฬาเหนื่อยถือเป็นแชมป์ที่ได้มาไม่ง่าย ต้องยอมรับว่าเวียดนามเล่นอย่างมีสปริตมากอยากจะเอาชนะ ใจเค้านิ่งมาก ฝีมือเค้าพัฒนาขึ้นเยอะมาก และเชื่อว่าซีเกมส์ครั้งนี้มาตรฐานของประเทศต่างๆ จะสูงขึ้นและคงเอาชนะไม่ง่ายอีกแล้ว"

"ส่วนไทยเองก็ไม่คิดว่าจะ ต้องเป็นแชมป์ตลอดกาล กีฬามีแพ้ มีชนะ เราไม่กลัวที่จะเสียแชมป์แต่จะพยายามทุ่มเทให้กับการแข่งขันทุกแมตช์ เพื่อทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด และหากเป็นไปได้จะต้องหารือกับผู้บริหารสมาคมฯ เพื่อเจรจากับสโมสรต้นสังกัดของนักกีฬาว่าขอเวลาให้นักกีฬาได้เก็บตัวเพื่อ เตรียมแข่งขันในรายการใหญ่ๆ ให้มากขึ้น เพราะซีเกมส์ครั้งนี้เราได้แต้มจากทีมเวิร์กน้อยมาก แต่เป็นแต้มจากความสามารถเฉพาะตัวของนักกีฬาซึงเกิดจากการไปเล่นลีกอาชีพใน ต่างแดนนี่แหละ"

แชมป์สมัยที่ 9 ของ "นักตบสาวไทย" เกิดจาก "ความสามารถเฉพาะตัว" ของนักกีฬามากกว่า "ทีมเวิร์ก" นั้นคือความจริงที่ "โค้ชอ๊อด" เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร ยอมรับ และถือเป็นความโชคดีของทีมไทย ที่นักกีฬาทั้ง 6 ในสนามล้วนมีความสามารถ "เฉพาะตัว" ในตำแหน่งที่ตัวเองรับผิดชอบทุกคน

แต่... หากเจอคู่แข่งที่เก่งและแกร่ง ความสามารถเฉพาะตัวอย่างเดียวอาจช่วยไม่ได้ เพราะต้องใช้ทีมเวิร์กเข้ามาหนุนด้วย และนั้นเป็นสิ่งที่ "โค้ชอ๊อด" ต้องหาทางออกให้ได้ว่าจะทำอย่างไรให้นักกีฬามารวมตัวกันให้มากกว่านี้ โดยไม่กระทบต่ออาชีพในลีกต่างแดนของพวกเขา เพราะเป้าหมายของ "นักตบสาวไทย" คงมิได้อยู่แค่แชมป์ซีเกมส์ เพราะมาตรฐานของนักกีฬานั้นก้าวผ่านซีเกมส์แต่ต้องมองยาวไปถึง เอเชียนเกมส์แล้ว!!!

ที่มาข่าว http://www.siamsport.co.th/seagames2009/column_detail.asp

วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ทัพนักกีฬาตะกร้อไทยในซีเกมส์สอย "เหรียญทอง" ทั้งประเภททีมเดี่ยวชาย-หญิง มาได้อย่างระทึกใจ!

''เหรียญทอง'' ทีมเดี่ยวชายและหญิงที่สอยมาได้ เมื่อค่ำวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้จำนวนเหรียญทองของตะกร้อไทยในซีเกมส์


ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5 เหรียญทอง


สมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย ภายใต้การบัญชาการของ ''บิ๊กจา'' พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ ประมุขตะกร้อไทย ประกาศว่า 5 เหรียญทองนั้น จะมาจากลอดห่วงสากลชาย, ทีมชุดชาย, ทีมชุดหญิง, ทีมเดี่ยวชาย และทีมเดี่ยวหญิง

ทุกรายการทยอยเก็บจนได้ครบถ้วน...ตอนนี้ตะกร้อไทย สอบผ่านแล้วใน ''เวียงจันทน์เกมส์''


อย่าง ไรก็ตามในเกมประเภททีมเดี่ยวนั้น ก็ใช่ว่านักหวดลูกพลาสติกจากสยามประเทศ จะไขว่คว้ามาได้ง่ายๆ ในการดวลกับคู่ต่อสู้ในรอบชิงชนะเลิศ ถึงแม้ว่าไทย จะครองความยิ่งใหญ่มานานกว่าทศวรรษ แต่เกมรอบชิงชนะเลิศนั้นก็ทำเอาแฟนๆ หายใจไม่ทั่วท้องเช่นกัน


ทั้งจากทีมหญิง แล ทีมชาย...


โดย ทีมหญิง ที่ลงสังเวียนชิงชัยเป็นรายการแรกนั้น การเผชิญหน้ากับคู่กัดอย่างเวียดนาม คือศึกหนักหนาสาหัสยิ่งนัก และเป็นเกมที่ห้ามประมาทโดยเด็ดขาด เพราะรอยแผลจากเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่โดฮา กาตาร์ ที่สาวญวน กรีดนั้นยังเห็นรอยแผลเป็น


นอกจากนี้เวียดนาม ทีมเดี่ยวชุดนี้ คือชุดเก่ง ทั้ง ลู ทิ ทรัง, เหงียง ทิ บิค ทุย และ เหงียน ไฮ เทา ในเกมชิงทีมชุดยังปราบสาวไทย มาแล้ว ก่อนที่ไทย จะเฮในทีมสาม


เกม นี้ผู้เล่นไทย ประกอบด้วย ''เพชฌมาตเงียบ'' นิตินัดดา แก้วคำไสย์, อารีรัตน์ ตาขัน และ ธิดาวรรณ ดาวสกุล ซึ่งเซตแรกสาวญวน ก็ช็อกกองเชียร์ที่หลั่งไหลเข้ามาให้กำลังใจล้นหลาม ด้วยการเชือดสาวไทย โชว์ก่อน 21-19


เซต แรกที่เสียไปนั้น เป็นเพราะสาวไทย เล่นเสียง่ายเกินไป เปิดรับลูกเสิร์ฟไม่ได้ ขณะที่ ธิดาวรรณ กลายเป็นจุดบอดให้ บิค ทุย ทิ่มลูกเสิร์ฟใส่จนเป๋ และเสียฟาวล์หลายหน


ระหว่าง เกม ''ซันชิโร่'' วีรัส ณ หนองคาย ต้องสั่งแก้เกมให้เดินเกมช้าลงไม่ต้องรีบ และสั่งให้ ธิดาวรรณ เปิดลูกด้วยศีรษะ เพราะเสียตลอด และการยืนตำแหน่งรอขึ้นฟาดอย่ายืนชิดเนตเกินไป ให้ห่างเนตประมาณ 1 วา เพื่อป้องกันการทำฟาวล์โดนเนต


ปรากฏว่าได้ผล เกมในเซตที่สองของทีมสาวไทย นั้นเริ่มดี สามารถปิดเกมเสิร์ฟของเวียดนามได้ ธิดาวรรณ เองก็ตีได้ไม่พลาดเหมือนเดิม


และที่สำคัญ ''น้องอุ้ม-นิตินัดดา'' เริ่มคลำเป้าเจอเพลงเสิร์ฟพลังเงียบเริ่มแผลงฤทธิ์


เปรี้ยงแล้วเปรี้ยงเล่า กดดันจนเกมเวียดนาม ป่วน ไทยถล่มยับ 21-8 ตีเสมอ 1-1 เซต


จาก นั้นในเซตสาม เกมยังตกเป็นของสาวไทย ที่ทำได้เหนือกว่า เป็นฝ่ายออกนำไปตั้งแต่แรก เวียดนามพยายามตั้งลำสู้แต่ไม่ทันการณ์เสียแล้ว ฟอร์มสาวไทย กลับคืนมาแล้วเอาชนะไปได้อีก 15-9 ปิดแมตช์ขยี้ 2-1 เซต


ป้องกันบัลลังก์และคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 5


''เซต แรกเล่นเสียเองมากไป และเปิดลูกเสิร์ฟไม่ได้ อีกทั้งโดนจับฟาวล์ด้วยทำให้เกร็ง และกดดันเหมือนกัน แต่ยังเชื่อว่าเซตสองจะกลับมาชนะได้'' ธิดาวรรณ กล่าวหลังจบเกม ด้วยใบหน้าที่ยิ้มออก


ขณะ ที่ อารีรัตน์ ตาขัน กัปตันทีมจอมเก๋า ชี้ว่า เหตุที่ต้องเหนื่อยหนักเพราะเซตแรกเปิดลูกเสิร์ฟไม่ได้ ซึ่งทางเวียดนาม เองก็เสิร์ฟดีด้วย ต้องยอมรับในจุดนี้ ส่วนไทย นอกจากจะเสียง่ายๆ แล้ว แบ็กก็เสิร์ฟกดดันคู่ต่อสู้ไม่ได้


''แต่ ยังเชื่อนะว่าเซตสองเราจะกลับมา เพราะเชื่อในน้องๆ ร่วมทีมทุกคนดีพอและเหนือกว่าเวียดนาม เพียงแต่เซตแรกเราไปตามเกมคู่ต่อสู้ ซึ่งพอเซตสองไม่เร่ง เปิดลูกเสิร์ฟได้ นิตินัดดา เสิร์ฟได้ ทุกอย่างก็อยู่ในการควบคุมของเรา'' อารีรัตน์ กล่าว


ส่วน ทีมชายนั้น แม้ว่านัดชิงชนะเลิศ คู่ต่อสู้จะไม่ใช่ ''เสือเหลือง'' มาเลเซีย แต่การพบกับลาว เจ้าภาพ ทำเอากองเชียร์ใจหายเหมือนกัน เกมนี้โค้ชไทย กล้าหาญชาญชัย ส่งดาวรุ่งลงทั้งหมด ได้แก่ เกรียงไกร แก้วเมียน, ภัทรพงษ์ ยุพดี และ อนุวัฒน์ ชัยชนะ ซึ่งสองรายหลังนั้น เพิ่งติดซีเกมส์ เป็นหนแรก ส่วน ''โจ้ หลังเท้า'' สืบศักดิ์ ผันสืบ ลอยไว้เป็นสำรอง


เซต แรกนับเป็นเกมที่ตื่นเต้นสุดๆ เพราะลาว นั้นเบียดได้อย่างสูสีคู่คี่เรียกเสียงเชียร์แฟนๆ ได้กระหึ่ม โดยเฉพาะ ดาววี แบ็กดาวรุ่งนั้นแลกหมัดกับ เกรียงไกร ได้ถึงพริกถึงขิง


แต่ ไทย ก็อาศัยประสบการณ์ที่เหนือกว่า เกมรับที่เหนียวกว่าชนะไปในเซตแรก 21-16 ต่อมาเซตสองเกมขาดกระจุย เกรียงไกร เสิร์ฟอย่างเดียวเข้าป้าย 21-10


ไทยป้องกันแชมป์ได้อีกหน และเป็นแชมป์สมัยที่ 11 แล้วสำหรับทีมเดี่ยว


หลัง เกม ''ซูเปอร์เหน่ง'' เกรียงไกร แก้วเมียน กล่าวว่า ตื่นเต้นมากเพราะไม่คิดว่าจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในทีมเดี่ยว คิดว่าน่าจะเป็น สืบศักดิ์ มากกว่าเพราะมีประสบการณ์ ทำให้เซตแรกเกร็งๆ และพลาดบ่อย อย่างไรก็ตามก็พยายามตั้งสมาธิอยู่กับเกมโดยหายใจเข้าลึกๆ


''ช่วง ต้นเกมเซตแรกยอมรับว่าตื่นเต้นมาก และลูกเสิร์ฟของคู่ต่อสู้แรงจริง แต่ดีที่ก่อนลงสนามโค้ชได้ให้ซ้อมเปิดลูกทั้งเท้าซ้ายและขวา เพื่อเตรียมรับมือแบ็กเสิร์ฟซ้ายของลาว ซึ่งก็ช่วยได้มากทีเดียว''


ด้าน กมล ตันกิมหงษ์ ผู้ฝึกสอน กล่าวสรรเสริญลูกทีมว่า เด็กสร้างที่ลงแข่งขันครั้งนี้สอบผ่านทุกคน และอนาคตไปไกลแน่หากรักษาฟอร์มที่ดีเอาไว้ตลอด


ขณะ ที่ ''บิ๊กจา'' พล.ต.จารึก ยิ้มหน้าบาน หลังเด็กๆ ทำผลงานเข้าเป้า 5 เหรียญทองตามที่ตั้งไว้ ต่อข้อถามว่า กับเหรียญทองสุดท้ายในประเภทคู่ยังจะหวังอยู่หรือไม่


บิ๊กตะกร้อไทย บอกว่า ต้องถามนักกีฬา อยากได้เงินอัดฉีด 2 แสน หรือ 5 หมื่นบาท...

ที่มาข่าว http://www.siamsport.co.th/seagames2009/column_detail.asp

Social Bookmarks:

Technorati del.icio.us Stumbleupon Reddit Digg it Facebook Twitter MySpace Yahoo! My Web Google Windows Live Gmail