แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถานที่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถานที่ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ตารางสถานที่และสนามที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25(เวียงจันทน์เกมส์ 2009)

สวัสดีครับวันนี้เอา ตารางสถานที่และสนามที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25(เวียงจันทน์เกมส์ 2009) มาฝากกันครับ เผื่อว่ามีใครที่สนใจหรือจะชม จะเชียร์กีฬาประเภทอะไร ชนิดไหน ทำการแข่งขันกันที่ไหน สนามกีฬาใด จะได้เตรียมตัวการเดินทางถูกครับ ตามนี้เลย

ตารางสถานที่และสนามที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 (Competition Venues tables)

แผนที่ สถานที่และสนามที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ในนครเวียงจันทน์ (Competition Venues in Vientiane Capital - Full Map size 5119x6117 pixels)


แผ่นที่สนามกีฬาเนชั่นแนลสปอร์ตคอมเพล๊กซ์ (National Sport Complex - Layout size 3097x1865 pixels)


แผ่นที่สนามกีฬาเนชั่นแนลยูนิเวอร์ซิตี้สเตเดี้ยม (National University Stadium - Layout size 1861x3066 pixels)


ที่มา http://laosoc.com/

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

เมืองวังเวียง - กุ้ยหลินเมืองลาว แหล่งสถานที่ท่องเที่ยวประเทศลาว สำหรับนักท่องเที่ยว นักกีฬา ที่มาแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 25 (ตอนจบ)

จากที่วันก่อนได้แนะนำ "วัดหอพระแก้ว หอวัดพระแก้ว หอพระแก้ว" ไว้ในบทความ วัดหอพระแก้ว หอวัดพระแก้ว หอพระแก้ว แหล่งสถานที่ท่องเที่ยวประเทศลาว สำหรับนักท่องเที่ยว นักกีฬา ที่มาแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 25 (ตอนที่ 4) ไปแล้วนั้น


วันนี้จะ มาแนะนำแหล่งท่องเที่ยวของประเทศลาวอีกแห่ง ที่มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจอีกแห่ง นั่นก็คือ วังเวียง เมืองวังเวียง หรือ กุ้ยหลินเมืองลาว นั่นเอง



วังเวียง เมืองแห่งธรรมชาติ ทัศนียภาพอันงดงามตระการตาของทิวเขา ไร่นาแบบขั้นบันได และหมู่บ้านชนพื้นเมืองเผ่าต่างๆ ของลาว เช่น ลาวสูง ลาวเทิง ลาวม้ง ไทลื้อ ชมความยิ่งใหญ่ของขุนเขาที่เต็มไปด้วยป่านานาพันธุ์ที่ขึ้นตามธรรมชาติ ระหว่างทางชมผาตั้ง ซึ่งเป็นภูเขาลูกเดียวที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว ด้านหน้าของภูเขามีน้ำซองไหลผ่าน ภูเขารูปร่างแปลกตา สลับซับซ้อนสวยงามยิ่ง นักท่องเที่ยวต่างขนานนามว่า “กุ้ยหลินเมืองลาว”

ตำแหน่งที่ตั้ง ตัวเมืองวังเวียง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำซอง ห่างจากเมืองหลวงกรุงเวียงจันทน์ 154 กิโลเมตร และห่างจากเมืองหลวงพระบาง 210 กิโลเมตร ล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูง มองเห็นสายน้ำกว้างสลับเนินทราย โดยมีเทือกเขาหินปูนเป็นฉากหลัง และได้ฉายาว่า กุ้ยหลินแห่งเมืองลาว เป็นแหล่งท่องเที่ยงของประเทศลาว ท่านสามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติระหว่างทาง



นอกจากนั้นยังมีแหล่งท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกมากมาย เช่น
- เขื่อนน้ำงึม - แดนสวรรค์เมืองลาว

โดย เขื่อนน้ำงึม ตั้งอยู่ห่างจากนครเวียงจันทน์ ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2515 มีลักษณะเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ กักเก็บน้ำในลำน้ำงึมเอาไว้ เขื่อนน้ำงึมแห่งนี้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในปริมาณที่มากพอสำหรับใช้ในนครเวียงจันทน์ และยังมีเหลือพอส่งออกมาขายทางฝั่งไทย การสร้างเขื่อนน้ำงึมต้องเสียพื้นที่ป่าไปประมาณ 250 ตารางกิโลเมตร ภายในเขื่อนน้ำงึมมีเกาะเล็กเกาะน้อยกระจัดกระจายอยู่หลายร้อยเกาะ เหมือนอ่างเก็บน้ำทั่วๆ ไป และที่ท่าเรือบ้านนาคะนูนจะมีเรือของชาวบ้านให้เช่าออกไปเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆ ในอ่างเก็บน้ำพุร้อนชื่นชมธรรมชาติอันงดงามภายในอ่างเก็บน้ำ บริเวณท่าเรือมีร้านจำหน่ายอาหารที่นำปลาสดๆ ที่จับได้ในอ่างเก็บน้ำมาปรุงเป็นอาหาร ทั้งปลาเผา ลาบปลา และต้มปลา ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวในราคาที่ย่อมเยา

- หลวงพระบาง สบายดีหลวงพระบาง เมืองมรดกโลก
- พระธาตุพูสี - พระราชวังหลวง
- วัดเชียงทอง - สุดยอดสถาปัตยกรรม
- วัดวิชุนราช - บ้านผานม
- น้ำตกตาดกวางสี - ถ้ำติ่ง
- น้ำตกคอนพะเพ็ง - แก่งหลี่ผี
- ปราสาทหินวัดพู - สถาปัตยกรรมขอมโบราณ
- น้ำตกตาดผาส้วม
- น้ำตกตาดเยือง
- น้ำตกตาดฟาน
เป็นต้น

แหล่งที่มาข้อมูล http://www.oceansmile.com/Lao/Wangweang.htm

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วัดหอพระแก้ว หอวัดพระแก้ว หอพระแก้ว แหล่งสถานที่ท่องเที่ยวประเทศลาว สำหรับนักท่องเที่ยว นักกีฬา ที่มาแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 25 (ตอนที่ 4)

จากที่วันก่อนได้แนะนำ "วัดสีสะเกด(Wat Sisaket)" หรือ "วัดสะตะสะหัสสาราม(วัดแสน)" ไว้ในบทความ วัดสีสะเกด(Wat Sisaket) หรือวัดสะตะสะหัสสาราม แหล่งสถานที่ท่องเที่ยวประเทศลาว สำหรับนักท่องเที่ยว นักกีฬา ที่มาแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 25 (ตอนที่ 3) ไปแล้วนั้น

วันนี้จะมาแนะนำแหล่งท่องเที่ยวของประเทศลาวอีกแห่ง ที่มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจอีกแห่ง นั่นก็คือ วัดหอพระแก้ว หอวัดพระแก้ว หอพระแก้ว(Wat Hor Phakeo)

หอพระแก้ว

ประวัติ ความเป็นมาวัดหอพระแก้ว หอวัดพระแก้ว หอพระแก้ว
หอพระแก้ว เป็นโบราณสถานคู่ประเทศลาว ซึ่งสถานที่นี้เคยประดิษฐาน พระแก้วมรกต หรือ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ตั้งอยู่ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ปัจจุบันเหลือเพียงพระแท่นที่ประดิษฐาน เพราะพระแก้วมรกตองค์ปัจจุบันได้รับการอัญเชิญลงมาประทับที่กรุงเทพมหานคร ในสมัยของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี โดยสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก เป็นผู้อัญเชิญ

พระพุทธรูปศิลปะล้านช้าง บริเวณระเบียงหอพระแก้ว

แต่เดิมหอพระแก้วนั้นเคยเป็นวัดหลวงประจำราชวงศ์ของลาว พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ทรงมีพระราชประสงค์ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2108 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ได้อัญเชิญมาจากนครเชียงใหม่ อาณาจักรล้านนา เมื่อต้องเสด็จกลับมาครองราชบัลลังก์ล้านช้างหลังจากที่พระราชบิดาคือพระเจ้าโพธิสารสิ้นพระชนม์ลงในการทำศึกสงครามกับประเทศสยาม เมื่อปี พ.ศ. 2322 นครเวียงจันทน์ถูกกองทัพสยามตีแตก กองทัพสยามได้อัญเชิญพระแก้วมรกต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของนครเวียงจันทน์ไป พร้อมทั้งกวาดต้อนราชวงศ์ชาวลาวกลับไปยังกรุงเทพฯมากมาย

นาคประดับบันไดหอพระ

สำหรับหอพระแก้วที่นักท่องเที่ยวเห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นของที่ถูกบูรณะขึ้นใหม่เกือบทั้งหมด ในปี พ.ศ. 2480 - 2483 ภายใต้การควบคุมดูแลการก่อสร้างของ เจ้าสุวรรณภูมา ผู้ที่จบการศึกษาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์จากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และต่อมายังได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังจากได้รับเอกราชอีกด้วย แม้หอพระแก้วปัจจุบันจะไม่ใช่วัดอีกต่อไป แต่นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังนครเวียงจันทน์ก็ยังเดิน ทางมาสักการะบูชากันเป็นจำนวนมาก สำหรับส่วนในของพิพิธภัณฑ์นั้น จัดแสดง พระแท่นบัลลังก์ปิดทองจารึกพระไตรปิฏก ภาษาขอมและกลองสำริดประจำราชวงศ์ลาว สำหรับประตูใหญ่ทั้งสองเป็นของเก่าที่หลงเหลือมาแต่เดิม บานประตูจำหลักเป็นรูปองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บริเวณโดยรอบของหอพระแก้วเงียบสงบ ร่มเย็นมีไหขนาดกลางจากทุ่งไหหิน ในแขวงเชียงขวางวางตั้งอยู่ 1 ใบ อาณาบริเวณรอบๆ วัดสีสะเกดและหอพระแก้วเคยถูกใช้เป็นศูนย์กลางของหน่วยงานปกครองของฝรั่งเศสสมัยอาณานิคมมาก่อน

จุดที่น่าสนใจ ชมวิหารหลวงเก่า ที่เคยประดิษฐานพระแก้วมรกต และพิพิธภัณฑ์ภายในหอพระแก้ว

ที่มาแหล่งข้อมูล http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วัดสีสะเกด(Wat Sisaket) หรือวัดสะตะสะหัสสาราม แหล่งสถานที่ท่องเที่ยวประเทศลาว สำหรับนักท่องเที่ยว นักกีฬา ที่มาแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 25 (ตอนที่ 3)

จากที่เมื่อวานได้แนะนำ "ปะตูไซ(Patuxai) หรือ ประตูชัย" ไว้ในบทความ ปะตูไซ(Patuxai) หรือ ประตูชัย แหล่งสถานที่ท่องเที่ยวประเทศลาว สำหรับนักท่องเที่ยว นักกีฬา ที่มาแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 25 (ตอนที่ 2) ไปแล้วนั้น

วันนี้จะมาแนะนำแหล่งท่องเที่ยวของประเทศลาวอีกแห่ง ที่คนนิยมไปไม่แพ้ที่อื่นๆ นั่นก็คือ วัดสีสะเกด(Wat Sisaket) หรือวัดสะตะสะหัสสาราม(วัดแสน)

ประวัติ ความเป็นมาวัดสีสะเกด(โดยย่อ)

วัดสีสะเกด (Wat Sisaket) หรือวัดสะตะสะหัสสาราม (วัดแสน) เป็นวัดที่สร้างขึ้นแห่งแรกในนครเวียงจันทน์ สตสหัสส แปลว่า 100,000, อาราม แปลว่า วัด, วัดสตสหัสสาราม จึงแปลว่า วัดแสน ในอดีตเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช (ลาว) ศักดิ์ของวัดนี้เทียบเท่าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์ ท่าเตียน ของไทย)

เหตุที่ชื่อวัดแสนก็เพราะว่า พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชและพุทธศาสนิกชนชาวลาวในอดีต ทรงสร้างพระพุทธรูปทั้งองค์เล็กและองค์ใหญ่ประดิษฐานไว้ทั่ววัด 100,000 องค์ ดังนั้นจึงมีชื่อเล่นว่าวัดแสน แต่ปัจจุบันมีเหลืออยู่ประมาณ 10,000 กว่าองค์เท่านั้น ไกด์บางคนบอกว่ามี 6,000 กว่าองค์ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม วัดนี้ก็มียังมีพระพุทธรูปมากที่สุดในนครเวียงจันทน์

ตำแหน่งที่ตั้งของวัดสีสะเกด หรือ วัดสะตะสะหัดสาราม
วัดสีสะเกด หรือ วัดสะตะสะหัดสาราม ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางตัวเมืองนครหลวงเวียงจันทน์ ติดกับหอคำ พระราชวังหลวงของกษัตริย์ลาวสมัยก่อนสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2094 โดยพระเจ้าโพธิสารราช พระบิดาของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ในศตวรรษที่ 16
ในระยะที่ 2 วัดสิสะเกด สร้างขึ้นในวัดพฤหัสบดี ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 3 ปีขาน พ.ศ. 2361 โดย เจ้าอนุวงศ์กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ล้านช้างเวียงจันทน์ ถือว่าเป็นวัดที่สำคัญแห่งหนึ่ง ในนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งอยู่ในระหว่างศึกสงครามหลายยุคหลายสมัย และเป็นวัดเดียว ที่ไม่เคยถูกทำลายเหมือนวัดอื่น ๆในเวียงจันทน์ หลังจากสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2367 พระเจ้าอนุวงศ์ก็ได้นำพาประชาชนลาวบำเพ็ญบุญกุศุลเฉลิมฉลองเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน สิ่งที่ได้ก่อสร้างพร้อมกันนี้มี

หอพระไตรปิฎก
ภายในบริเวณหอพิพิธภัณฑ์มีกมเลียนล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน แต่ละด้านมีพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ อยู่ตามฝาผนังที่ทำด้วยดินเผา ไม้ และอื่น ๆรวมทั้งหมดมี 6,840 องค์ ส่วนอยู่ด้านบนทำด้วยประทายเพชร มีจำนวน 120 องค์ แม่พิมพ์เดียวกัน พระพุทธรูป รวมทั้งหมด ทั้งองค์ใหญ่และเล็กรวมทั้งสิ้น 10,136 องค์ ซึ่งประชาชน ได้พร้อมใจ กันหล่อนำมาถวาย พระพุทธรูปจำนวนมากมายเหล่านี้หมายถึงศิษยานุศิษย์สาวกของพระพุทธเจ้า ตามพุทธประวัติได้กล่าวไว้ว่า เวลาพระองค์เสด็จไปแห่งหนใดสาวก และบริวาร ต้องติดตาม เพื่อรับฟังคำโอวาทพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์มิได้ขาด

พระประธานในสิม
เดิมเป็นพระพุทธรูปองค์เล็กทำด้วยทองสำริด แต่เจ้าอนุวงศ์ได้ปฏิสังขรณ์ก่อครอบ ด้วยประทานเพชรฟอกด้วยน้ำปิว และให้พระประธานองค์ใหญ่หันหน้าไปทางด้านเหนือ เพื่อความ สะดวกสบายในไปกราบไหว้สักการะบูชา

ราวเทียนในสิม
ราวเทียนในสิม มีความสูงประมาณ 1.88 เมตร กว้าง 2.10 เมตร ซึ่งเป็นศิลปผสมระหว่างล้านช้างกับล้านนา ทำด้วยไม้เนื้อดีและแกะสลักเป็นรูปพญานาค สองตนเอาหางพันกัน เป็นรูปสวยงามซึ่งหมายถึง ความสามัคคี
ระหว่างล้านช้างและล้านนา ที่พิเศษคือฟอกด้วยน้ำทองคำปิว สร้างในสมัยเดียวกันกับ วัดสิสะเกด
ศตวรรษที่ 19

หอพระไตรปิฎก
สำหรับเก็บรักษาพระไตรปิฎก และตำราคัมภีร์ เอการทางพระพุทธศาสนา ถึงแม้วัดสีสะเกดจะไม่ถูกเผาทำลายเหมือนวัดอื่น ๆ แต่ก็ถูกปล้นสะดมจี้เอาพระไตรปิฎกไปจนหมดเกลี้ยง ปัจจุบันมีเพียงหอพระไตรที่แสดงไว้ให้แขกต่างด้าวท้าวต่างเมืองมาเที่ยวชม ส่วนของหลังคาหอพระไตรปิฎกจะมีความคล้ายคลึงศิลปะของพม่าเพราะในสมัยนั้น อาจได้รับอิทธิพลจากพม่า นอกจากนี้ยังมีแผ่นศิลาจารึก ซึ่งกล่าวถึงเรื่องราวประวัติของวัดสีสะเกดอีกด้วย ในสมัยก่อนวัดสิสะเกดมีอาณาเขตกว้างขวางมากมีกำแพงล้อมรอบทั้งสี่ด้าน ต่อมาในปี ค.ศ.1963 ได้ตัดเส้นทางใหม่ คือถนนเชษฐาธิราช ส่วนประตูโขงด้านหน้าติดกับหอคำ หรือสำนักงานประธานประเทศในปัจจุบัน

ที่มาข้อมูล - http://www.intaram.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=538744979&Ntype=16
- http://www.laos-discovery.com/sisaket.html

วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ปะตูไซ(Patuxai) หรือ ประตูชัย แหล่งสถานที่ท่องเที่ยวประเทศลาว สำหรับนักท่องเที่ยว นักกีฬา ที่มาแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 25 (ตอนที่ 2)

จากที่เมื่อวานได้แนะนำ "พระธาตุหลวง" ไว้ในบทความ ข้อมูลแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวประเทศลาว สำหรับนักท่องเที่ยว นักกีฬา ที่มาแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 25 (ตอนที่ 1) ไปแล้วนั้น

วันนี้จะมาแนะนำแหล่งท่องเที่ยวของประเทศลาวอีกแห่ง ที่คนนิยมไปไม่แพ้ที่อื่นๆ นั่นก็คือ ปะตูไซ(Patuxai) หรือ ประตูชัย

ปะตูไซ(Patuxai) หรือ ประตูชัย เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้เสียสละชีวิต ในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์


ประวัติ ความเป็นมาและตำแหน่งที่ตั้งของประตูชัย
ประตูชัย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเวียงจันทน์บนถนนล้านช้างไปสิ้นสุดที่บริเวณประตูชัย สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2512 เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้เสียสละชีวิตในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ ประตูชัยแห่งนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า รันเวย์แนวตั้ง เพราะการก่อสร้างประตูชัยแห่งนี้ ใช้ปูนที่อเมริกาซื้อเพื่อนำมาสร้างสนามบินใหม่ในนครเวียงจันทน์ในระหว่าง สงครามอินโดจีน แต่ไม่ทันได้สร้างเพราะอเมริกาแพ้สงครามในอินโดจีนเสียก่อน จึงนำปูนซีเมนต์มาสร้างประตูชัยแทน ลักษณะสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลของประตูชัยในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เจ้าอาณานิคมในสมัยนั้น แต่ลักษณะสถาปัตยกรรมก็ยังมีเอกลักษณ์ของลาวปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปศิลปะลาว


ภาพเรื่องราวมหากาพย์รามายณะ แบบปูนปั้นใต้ซุ้มประตูโค้งของประตูชัย บันไดวันให้ขึ้นไปชมทิวทัศน์ของนครเวียงจันทน์ บนยอดของประตูชัยอีกด้วย

ตลอดบันไดวนของประตูชัยจะแบ่งออกเป็นชั้นๆ ซึ่งแต่ละชั้นจะมีร้านจำหน่ายของที่ระลึก เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นชมวิวทิวทัศน์ทุกวัน และในตอนเย็นจะมีประชาชนชาวลาว มาออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมร่วมกันที่นี่ด้วย

ค่าเข้าชม ผ่านประตูคนละ 2,000 กีบ (อัตราแลกเปลี่ยนก็ประมาณ 240-270 กีบ ต่อ 1 บาท)
เวลาเปิดให้เข้าชม ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.

ข้อมูลจาก - http://www.oceansmile.com/Lao/Phatadlaung.htm

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

พระธาตุหลวง แหล่งสถานที่ท่องเที่ยวประเทศลาว สำหรับนักท่องเที่ยว นักกีฬา ที่มาแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 25 (ตอนที่ 1)

แนะนำข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศลาว สำหรับนักท่องเที่ยว นักกีฬา โค้ช ผู้ฝึกสอน หรือบุคคลทั่วไป ที่มาแข่งขันหรือชมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 25 ซึ่งวันนี้ขอแนะนำ "พระธาตุหลวง"

พระธาตุหลวง หรือ พระเจดีย์โลกะจุฬามณี นับเป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งแห่งนครหลวงเวียงจันทน์ และเป็นศูนย์รวมใจของประชาชนชาวลาวทั่วประเทศ ตามตำนานกล่าวว่าพระธาตุหลวงมีประวัติการก่อสร้างนับพันปีเช่นเดียวกันพระธาตุพนมในประเทศไทย และปรากฏความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ของดินแดนทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงอย่าง แยกไม่ออก สถานที่นี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญอย่างของประเทศลาว ดังปรากฏว่าตราแผ่นดินของลาวที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้มีรูปพระธาตุหลวงเป็น ภาพประธานในดวงตรา

ประวัติ ความเป็นมาและตำนานการสร้างพระธาตุหลวง
ตามตำนานเล่าว่า พระธาตุองค์นี้ได้สร้างในสมัยพุทธศักราชที่ 236 โดยมีพระภิกษุลาวจำนวน 5 รูปเดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย และได้อันเชิญพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้ามายังนครเวียงจันทน์ด้วย ต่อมาด้ำกราบทูลพระยาจันทบุรีประสิทธิ์ศักดิ์ เจ้านครเวียงจันทน์ในสมัยนั้น ให้สร้างพระธาตุหลวงขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุเพื่อให้ชาวลาวได้ กราบไหว้ กล่าวไว้ว่า พระธาตุองค์เดิมนั้นสร้างด้วยหินเป็นทรงโอคว่ำ มีการก่อกำแพงล้อมรอบเอาไว้ทั้ง 4 ด้าน แต่ละด้านมีความกว้าง 10 เมตร หนา 4 เมตร และสูง 9 เมตร เชื่อกันว่าพระธาตุที่เห็นในปัจจุบันสร้างครอบองค์เดิม ซึ่งต่อมาสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองหลวงของราชอาณาจักรล้านช้างจากหลวงพระบางมาอยู่ที่เวียงจันทน์ ตามดำริของพระราชบิดา คือพระเจ้าโพธิสาร จากนั้นทรงมีพระบัญชา ให้ทรงสร้างพระเจดีย์องค์ใหม่ครอบพระธาตุองค์เดิมไว้ ณ บริเวณที่เคยเป็นเทวสถานเก่าของขอมโดยเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ.2109 และหลังจากสร้างพระธาตุหลวงได้โปรดฯ ให้สร้างวัดขึ้นล้อมรอบพระธาตุไว้ทั้งสี่ทิศด้วย แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงสองแห่งด้วยกันคือ วัดพระธาตุหลวงเหนือและวัดพระธาตุหลวงใต้


ในปัจจุบันพระธาตุหลวงมีลักษณะคล้ายป้อมปราการ เพราะมีการสร้างระเบียงสูงใหญ่ขึ้นโอบล้อมรอบองค์พระธาตุไว้ พร้อมกับทำช่องหน้าต่างเล็กๆเอาไว้โดยตลอด สำหรับประตูทางเข้านั้นเป็นประตูไม้บานใหญ่ ลงรักสีแดงไว้ทั้งหมด นอกจากนี้รอบๆองค์พระธาตุใหญ่ยังมีเจดีย์บริวารล้อมรอบอยู่โดยรอบอีหลายองค์ เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็จะเห็นสัญลักษณ์หนึ่งแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนาแห่งนี้ปรากฏอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นรูปแกะสลักพญานาค พระพุทธรูปปิดทองลายกลีบบัวประดับอยู่บนฐานปักษ์ และถัดจากประตูทางเข้าใหญ่ประมาณ 100 เมตรจะแลเห็นพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ตั้งอยู่บนฐานสูง พระหัตถ์ทรงถือพระแสงดาบวางพาดไว้บนพระเพลา เล่ากันว่า พระแสงดาบเล่มนี้ทำหน้าที่ปกป้องพระธาตุหลวงซึ่งได้ถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวลาวทุกคน

ตำแหน่งที่ตั้งพระธาตุหลวง
พระธาตุหลวง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประตูชัย (อยู่ใจกลางเมืองหลวงประเทศลาว) พระธาตุหลวงแห่งนี้ถือเป็นศาสนสถานที่สำคัญที่สุดของประเทศลาว เป็นสัญญาลักษณ์ประจำชาติและยังแทนความเป็นเอกราชและอำนาจอธิปไตยของประเทศลาวอีกด้วย พระธาตุนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 พระธาตุองค์นี้มีรูปทรงที่ไม่เหมือนกับองค์อื่นๆ เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมในพระพุทธศาสนากับสถาปัตยกรรมของอาณาจักร

ค่าเข้าชม คนละ 5,000 กีบ(อัตราแลกเปลี่ยนก็ประมาณ 240-270 กีบ ต่อ 1 บาท)
เวลาเปิดให้เข้าชม ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.
จุดที่น่าสนใจ สักการะพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช
กิจกรรม นมัสการพระธาตุหลวง ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ คู่กับพระธาตุพนม
ข้อห้าม กรุณาแต่งกายสุภาพเนื่องจาก เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่ประเทศ

ข้อมูลจาก - http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87
- http://www.oceansmile.com/Lao/Phatadlaung.htm

Social Bookmarks:

Technorati del.icio.us Stumbleupon Reddit Digg it Facebook Twitter MySpace Yahoo! My Web Google Windows Live Gmail